Paranormal Activity 2 เป็นหนังภาคต่อจาก Paranormal Activity : เรียลลิตี้ ขนหัวลุก ที่ฉายในบ้านเราเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2552

Paranormal Activity เรียลลิตี้ ขนหัวลุก นำแสดงโดย Katie Featherston, Micah Sloat เขียนบทและกำกับโดย Oren Peli ซึ่งเป็นการกำกับหนังเรื่องแรกของเขา โดยฉายในเทศกาลภาพยนตร์ The Screamfest Film Festival ในอเมริกาเหนือ เมื่อ 14 ตุลาคม? 2007 และ ในเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ (Sundance Film Festival) เมื่อ 18 ม.ค.2008 จนทำให้บริษัทดรีมเวิร์ค ขอเป็นผู้จัดจำหน่าย Paranormal Activity ในสหรัฐอเมริกา

Paranormal Activity เป็นหนังสยองขวัญที่ได้รับเสียงตอบรับจากคอหนัง(สยองขวัญ)ในอเมริกาดีมาก โดยเริ่มจากการฉายจำกัดโรงเพียง 12 โรง จนเมื่อกระแสมาแรงจึงมีการโหวตให้ฉายเพิ่มมากขึ้นถึง 760 โรง :ซึ่งกลายเป็นปรากฏการณ์ของหนังสยองขวัญที่แรงที่สุดของปี ! !…หนังไต่อันดับบ็อกซ์ออฟฟิศจาก อันดับที่ 48 เป็นอันดับที่ 20 ..ครองอันดับ 4 และขึ้นอันดับที่ 3 จนคว้าอันดับที่ 1 ได้ภายใน 5 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับจำนวนโรงภาพยนตร์ที่ ได้อับดับที่ 2 ที่มีจำนวนโรงภาพยนตร์มากถึง 3,036 โรง? แต่ Paranormal Activity ที่ขึ้นอันดับ 1 กลับมีจำนวนโรงภาพยนตร์เพียง 1,945 โรงเท่านั้น? ซึ่งนับได้ว่าเป็นการการันตีความสยองขวัญสั่นประสาทที่ทำให้คนทั้งอเมริกาคลั่งมากที่สุด

หนังได้รับการกล่าวขานว่ามีต้นทุนต่ำมาก คือ เพียง 11,000 เหรียญสหรัฐ (ข้อมูลข่าวบางสำนักระบุว่า 15,000 เหรียญสหรัฐ) นำเสนอเรื่องราวเป็นแบบเรียลลิตี้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับนักดูหนัง เนื่องจากมีลักษณะเดียวกันกับเรื่อง The Blair Witch Project และ The Last Broadcast คือ การที่นักแสดงเป็นทั้งตัวแสดงและเป็นช่างภาพไปพร้อมๆ กัน ….Paranormal Activity ได้นักแสดงที่มีความเชี่ยวชาญในการถ่ายภาพคือ Micah Sloat ซึ่งได้รับฉายาในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยว่า Camera man และ ร่ำลือว่าค่าตัวนักแสดงนำเพียง 500 เหรียญสหรัฐต่อคน ดังนั้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่หนังได้รับ คือ มากกว่า 140 ล้านเหรียญสหรัฐ (ณ วันที่ 16.12.2009) จึงเป็นหนังที่มีความแตกต่างระหว่างทุนสร้างกับรายได้มากที่สุดเรื่องหนึ่งนับตั้งแต่ The Blair Witch Project ทำไว้เมื่อปี 1999

หนังว่าด้วยเรื่องราวของแคธี่ (Katie – เคธี่ ฟีเธอร์สัน Katie Featherston) และ มิคาห์ (Micah – มิคาห์ สโลต Micah Sloat) คู่สามีภรรยาวัย 20 กว่าๆ ที่ย้ายเข้ามาในบ้านหลังใหม่ในเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เคธี่สนใจเรื่องเหนือธรรมชาติ เธอเชื่อว่าวิญญาณร้ายที่ติดตามเธอมาตั้งแต่วัยเด็กได้ตาม เธอมาถึงบ้านใหม่หลังนี้ด้วย ขณะที่มิคาห์ ซึ่งเป็นเป็นตัวแทนค้าขายหุ้น ไม่เชื่อเรื่องนี้เท่าไรนัก แต่ต่อมาเขาก็ค่อยๆ เรียนรู้ปรากฏการณ์ที่เพิ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มิคาร์เป็นคนที่สนใจเทคโนโลยีใหม่ ๆ และชอบเล่นเครื่องมือทันสมัย จึงทุ่มเงินหลายพันเหรียญดอลล่าร์ ซื้อกล้องวิดีโอความคมชัดสูง (high-definition video camera) นำมาติดตั้งไว้ที่ปลายเตียงนอน ซึ่งทำให้ได้เห็นภาพเขย่าขวัญ และ เป็นสิ่งกระตุ้นให้ ” บางสิ่ง ” ทำกิจกรรมเหนือธรรมชาติถี่หนักข้อขึ้น แคธี่ถึงกับจับสังเกตได้ว่า “มันไม่ชอบเอามาก ๆ”…. ตลอดระยะเวลา 3 สัปดาห์ในเดือนกันยายนและตุลาคมของปี 2006 เคธี่ และ มิคาห์ ใช้กล้องวิดีโอนี้เสมือนยามเฝ้าระวังอยู่ตลอด และแล้วเจ้ากล้องนี้ก็ได้เก็บหลักฐานอะไรบางอย่างเอาไว้ ?หลักฐานที่ไม่อาจลบทิ้งได้อีกต่อไป…และ ยิ่งเครื่องบันทึกภาพได้มากขึ้นเพียงใด เคธี่ก็ยิ่งรู้สึกห่างเหินกับมิคาห์ออกไปเรื่อย ๆ เนื่องจากมิคาห์ลุ่มหลง และ หมกหมุ่นกับการถ่ายทำนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเข้าขั้นขาดไม่ได้…….จนในที่สุดมิคาร์เองนั่นแหละ ที่ต้องทนเห็นภาพคนที่ตนรักถูกพรากจากไป…เฟรมแล้ว..เฟรมเล่า

หนังนำเสนอในลักษณะเรียลลิตี้(ที่ถ่ายทำด้วยกล้องวิดีโอ) จึงถ่ายทอดความสมจริงได้ดี จนทำให้คนดูมองข้ามเรื่องของมุมกล้อง แสง สี ที่จะต้องสวยงาม.. ภาพที่นำเสนอเป็นภาพขาว-ดำ ให้ความรู้สึกเหมือนดูภาพบันทึกจากกล้องวิดีโอ?? โอแรน เพลี่ เขียนบท และ กำกับโดยใช้ทักษะของตนชี้แจงกับนักแสดงว่าแต่ละฉากเขาต้องการอะไร แล้วปล่อยให้นักแสดงคิดบทพูดเอง จึงทำให้ตัวละครดูเป็นธรรมชาติ โดยลำดับเหตุการณ์เบาๆ ไปจนถึงช่วงไคลแม็กซ์ของเรื่อง

หนังดำเนินเรื่องค่อนข้างช้ามาก ด้วยนำเสนอบรรยากาศของการลำดับกิจกรรมในแต่ละวันของตัวละครซ้ำไป-ซ้ำมาอยู่หลายรอบจนทำให้คนดูเริ่มเบื่อและอึดอัด เพราะไม่เห็นมีอะไรที่ผิดปกติ หรือน่ากลัวโผล่ออกมาให้เห็นเสียที…บรรยากาศเริ่มสยองขึ้นในช่วงกลางๆของเรื่อง จนถึงระทึกขวัญ เมื่อตอนที่เอาแป้งมาโรยเพื่อดูรอยเท้าของซาตาน และ ตอนที่ผู้หญิงถูกลากตัวไป

Paranormal Activity แม้จะได้รับความนิยม และทำรายได้สูงในสหรัฐอเมริกา แต่อาจจะไม่เหมาะกับคอหนังบ้านเราที่ชินกับการดำเนินเรื่องที่กระชับฉับไว โดยเฉพาะรูปแบบของหนังระทึกขวัญตามสไตล์ฮอลลีวู้ด จนหลายคนอึดอัด และ งุนงงกับรูปแบบการนำเสนอเช่นนี้ แม้หนังจะทำรายได้สูงในต่างประเทศ แต่กลับสวนทาง และ กระตุกกับความเชื่อเดิมของผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการหนังที่ว่า หนังดีต้องมีทุนสูง อุปกรณ์ดี เทคโนโลยี่ยอดเยี่ยม และ นักแสดงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง? อีกทั้ง Paranormal Activity ยังสร้างความฮือฮา แปลกใหม่ในการประชาสัมพันธ์ ด้วยการเอาภาพอิริยาบทต่างๆของคนดูในโรงมาโชว์ให้เห็นว่า หนังมีความน่ากลัวมาก อาทิ มีคนกรี๊ด ปิดหน้า ทำหน้าเบ้ สะดุ้งตกใจ หรือ หวีดร้อง-สยองขวัญ ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์หนังในรูปแบบใหม่อีกด้วย

ติดตามรีวิวหนังใหม่ๆได้ที่ >>>>>> spoilmovieclub <<<<<<

ติดตามข่าวอื่น ๆ >>>> chelsea24hr <<<<

ติดตามข่าวอื่น ๆ >>>> 7mlivescore <<<<

ติดตามข่าวอื่น ๆ >>>> liverpoolworld <<<<

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here