The Power of the Dog หนังดราม่าคาวบอย อันขมขื่น

The Power of the Dog

The Power of the Dog เป็นเรื่องราวของ ฟิล เบอร์แบงก์ เจ้าของฟาร์มผู้น่าเกรงขาม เขามักจะทำให้คนรอบตัวหวาดกลัวและหวั่นเกรงอยู่เสมอ เมื่อภรรยาใหม่และลูกชายของน้องชายเขาได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน ฟิลก็สร้างความกดดันให้พวกเขา โดยไม่รู้ตัวว่าเขาอาจจะกำลังได้พบรักใหม่อีกครั้ง

นี่คือหนังดัดแปลงมาจากนิยายคาวบอยสุดคลาสสิกของ “โธมัส ซาเวจ” ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกออกมาในช่วงยุคปี 1960 ด้วยเนื้อหาที่คมคายเป็นอย่างดี มาผ่านการกลั่นกรองเป็นบทหนังด้วยฝีมือของผู้กำกับหนัง “เจน แคมเปียน” ด้วยตัวเอง นี่จึงเปรียบเสมือนเป็นการนั่งดูดราม่าเข้มข้นที่ร้อยเรียงออกมาเป็นบทกลอนเพราะๆ ที่มีได้เป็นชวนง่วงเหงาหาวนอนแม้แต่น้อย แต่กลับสร้างความขึงขังและตรึงใจไปในทุกๆ นาที

งานสร้างและวิสัยทัศน์ในการถ่ายทอดหนังเรื่องนี้ของ เจน แคมเปียน ยังทำออกมาได้น่าทึ่ง เห็นได้ชัดว่าเธอใส่ใจในแทบจะทุกๆ รายละเอียดของเนื้อหนัง แม้กระทั่งฝุ่นบางๆ ลอยผ่านกล้องก็ยังสัมผัสได้ถึงความใส่ใจเป็นอย่างดี มุมภาพของหนังเรื่องนี้ค่อนข้างดีเยี่ยม ยกระดับและโทนของหนังดราม่าขึ้นได้อีกเป็นกอง แม้ว่าหนังจะแฝงประเด็นให้ขบคิดวิเคราะห์ตามไปบ้างสักหน่อย แต่ก็ไม่ใช่หนังที่ต้องมานั่งตีโจทย์ให้ปวดหัวอะไร

ความคมคายของบทหนังThe Power of the Dogสร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก สามารถบิวท์คาแรกเตอร์ทุกๆ ตัวออกมาได้อย่างมีมิติ โดยเฉพาะบท ฟิล เบอร์แบงก์ ตัวนำของเรื่อง ที่ต้องแบกและแอบซ่อนอะไรหลายๆ อย่างเอาไว้ท่ามกลางชีวิตที่เด็ดเดี่ยวของตัวเอง ตัวละครนี้ผู้ชมอาจไม่ชอบนิสัยเขาสักเท่าไหร่ แต่ก็กลายเป็นคาแรกเตอร์ที่ทำให้รู้สึกเกลียดไม่ลง เมื่อคนดูได้ตามไปพบกับลำนำและแก่นที่แท่นจองตัวละครนี้

The Power of the Dogยังมีทีมนักแสดงที่โดดเด่นยกชุดเลยก็ว่าได้ “เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบตช์” ที่ถือว่าเป็นการยกเครื่องครั้งใหญ่สำหรับเขา จากหนุ่มผู้ดีอังกฤษต้องเปลี่ยนโฉมมาเป็นคาวบอยนิสัยหยานโลนถิ่นอเมริกา ที่ยอมรับว่าเลยว่าเขาถือกุญแจสำคัญของหนัง และสามารถแบกหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้อยู่หมัด ทั้งการสื่ออารมณ์ สีหน้าแววตา ทุกย่างก้าวมีความหมายเต็มไปหมด การแสดงของเขาในเรื่องนี้เข้าขั้นคุณภาพ

ในขณะที่นักแสดงอีกคนที่เป็นม้านอกสายตา “โคดี้ สมิต-แมคฟี” อดีตนักแสดงเด็กที่เราคุ้นหน้าเขามาบ้างจากหนังเรื่องต่างๆ แต่ในหนังเรื่องนี้ถือว่าเขาได้ยกระดับมาตรฐานการแสดงขึ้นไปอีกครั้ง ถ่ายทอดแอคติ้งออกมาในรูปแบบน้อยแต่มากด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่เล็ก กลายมาเป็นการแสดงที่สัมผัสได้ถึงความเข้นข้น ทั้งสีหน้าและแววตาที่สร้างมิติให้กับคาแรกเตอร์ของเขาได้เป็นอย่างดี

หนังยังมี “เคียร์สเต็น ดันสต์” และ “เจสซี่ พลีมอนส์” ที่ก็แบกรับและถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของตัวเองออกมาได้ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน คือถ้าจะให้นักแสดงชุดนี้เข้าชิงทุกๆ สาขารางวัลทางการแสดงก็มีความเป็นไปได้สูง จะไม่แปลกใจเลยถ้าThe Power of the Dogจะมีนักแสดงนำทั้ง 4 คน ชิงรางวัลพร้อมกันทุกคน เพราะผลลัพธ์ที่พวกเขาทำออกมานั้น…ใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบเหลือเกิน

 

และนี่น่าจะเป็นหนังเรื่องแรกในรอบปีนี้ที่แทบจะหาที่ติตรงไหนไม่ได้เลย แม้ว่าจะเป็นแค่เพียงหนังดราม่าจ๋าๆ ดูช้าๆ แต่กลับทรงพลังในทุกฉากที่ได้กลั่นกรองออกมา ไม่ประหลาดใจนักที่แทบทุกสถาบันตอนนี้ได้หยิบเอาชื่อของหนังเรื่องนี้ไปวางไว้เป็นตัวเก็งรางวัลออสการ์กันแล้ว เพราะเราก็เชื่อว่าเหลือเกินว่า รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสการ์ต้นปีหน้า จะต้องมีชื่อThe Power of the Dogโดดเด่นอยู่ด้วยแน่นอน

อ่านรีวิวหนังอื่นๆได้ที่ >>> https://spoilmovieclub.com/

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here