Spencer หนังที่บาดลึก..อึดอัดจริง

Spencer เป็นการพาคนดูดำดิ่งลงไปในจินตนาการอันสะเทือนอารมณ์ของ ไดอาน่า ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตของเธอ เราจะได้เห็นการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ในชีวิตของเธอ ด้วยการเริ่มต้นกับการที่เธอได้รับสกุล สเปนเซอร์ มา มันจะเป็นการแสดงให้เห็นความยากลำบากของการเติมเต็มช่องว่างเพื่อให้เธอกลับมาเป็นตัวเอง และยังยึดมั่นที่จะคงไว้ซึ่งสกุลที่มีความหมายต่อตัวเธอเอง และนี่คือช่วงเวลา 3 วันในเทศกาลคริสต์มาสที่ท้าทายชีวิตของเธอ

ก่อนอื่นหลายๆ คนอาจจะใคร่สงสัยว่า “หนังดูยากหรือดูง่าย?” คงต้องบอกว่าSpencerก็ไม่น่าจะใช่หนังแมสทั่วโลกที่คนดูทุกคนจะติดตามดูได้อย่างสบายใจ แต่กระนั้นหนังก็ไม่ใช่อินดี้สุดๆ อะไรแบบ การนำเสนอของหนังเรื่องนี้เหมือนเลื่อนลอยเอาไว้อยู่ตรงกลาง ความแมสอยู่ตรงที่เป็นเรื่องราวของเจ้าหญิงไดอาน่าที่คนทั้งโลกรู้จักเธอดี ความอินดี้เฉพาะตัวอยู่ที่อารมณ์ยั้งลึกที่ต้องวิเคราะห์ตามเธอไปในทุกฉาก

แต่เมื่อนำองค์ประกอบทั้งสองขั้วมารวมกันแล้ว ถือว่าSpencerค่อนข้าวประสบความสำเร็จในการเล่าเรื่องที่ไม่เชิงแปลกแต่ไม่ได้ปกติ งานกำกับของ “พาโบล ลาร์เรน” ยังเต็มไปด้วยลูกเล่นที่จัดจ้านอันเป็นสไตล์ ถือว่าเป็นการหยิบสูตรที่ใช้แล้วเวิร์กมาจากหนัง Jackie ผลงานชิ้นก่อนของเขามาพัฒนาให้ดูยิ่งขึ้นอื่น และสร้างสรรค์ออกมาเป็นหนังเกือบ 2 ชั่วโมงที่เต็มไปด้วยมิติที่มัดใจคนดูได้แน่นหนา

บทหนังของ “สตีเว่น ไนต์” (จาก Allied) ถือว่าค่อนข้างคมคาย มีส่วนประกอบที่ช่วยบีบคั้นอารมณ์ผู้ชมได้เป็นอย่างดี พร้อมด้วยไดอะล็อกที่แปลกแต่ดี มีมุมพิลึกที่ตกผลึกออกมากับความเป็นมนุษย์ที่ได้รับความใส่ใจใการกลั่นกรอง แม้ว่าตัวบทหนังจะยังไม่ได้ดีเลิศโดดเด่นอะไรสักเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าเป็นชิ้นงาน “แต่งขึ้นจากเรื่องเศร้าในเหตุการณ์จริง” ที่ค่อนข้างกลมกล่อม ตามที่หนังได้ขึ้นข้อความเอาไว้ตอนต้นเรื่องว่า…นี่เป็นแค่เรื่องแต่ง

อีกจุดที่โดดเด่นของSpencerก็น่าจะเป็นงานดนตรีประกอบที่ได้ “จอนนี กรีนวูด” คอมโพสเซอร์ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ เพราะเขาก็คือคนที่ทำเพลงให้ “The Power of the Dog” ในรางวัลอีกเรื่องที่โดดเด่นในปีนี้ เพราะเสียงดนตรีประกอบนี่เองที่ช่วยขับเคลื่อนและขับอารมณ์คนดูให้คลุกเคล้าไปตามตัวละคร เค้นความสะอิดสะเอียน เค้นอาการหายใจลำบาก ทุกอย่างมีเสียงเครื่องดนตรีเข้ามาช่วยปลุกเร้าได้อย่างเป็นเอกลักษณ์

และแน่นอนไฮไลต์เด่นของSpencerก็ต้องเป็น “คริสเตน สจ๊วต” ที่ในเรื่องนี้เราได้เห็นเธอฉายแสงและศักยภาพอันเปี่ยมล้นออกมาแบบไม่มีกั๊ก การสวมบทบาทเป็นเจ้าหญิงไดอาน่าของเธอ แตกต่างไปจากหนังเรื่องอื่นๆ ชัดเจน เพราะเธอตีความบทเจ้าหญิงได้เป็นตัวของตัวเอง มีเพียงรูปร่างการแต่งองค์ทรงเครื่องในเหมือนพระองค์เท่านั้น แต่อินเนอร์ที่ดาราสาวผู้เลือกใช้แสดงในตัวเรื่องนี้ ถือว่าทำให้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

คริสเตน สจ๊วต ถือว่าแบกรับหนังเรื่องนี้เอาไว้ได้ค่อนข้างสบายๆ เลย ด้วยการแสดงสไตล์น้อยแต่มากของเธอ สร้างแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลัง หนังมีซีนอารมณ์ที่หนักหน่วงอยู่หลายจุด แต่เธอก็สามารถรับมือได้ด้วยการแสดงที่ไม่ขัดแต่ความเป็นตัวเองของเธอเลยแต่หน่อย หากจะว่าไปแล้ว รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม เหมาะจะเป็นของใคร คริสเตนก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม…หนึ่งในนั้นด้วย

องค์ประกอบเสื้อผ้าหน้าผมในSpencerจะต้องได้เข้าชิงรางวัลทุกเวทีอย่างแน่นอน เพราะนี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของหนังที่ทำออกมาได้อย่างน่าหลงใหล เรื่องของเสื้อผ้าเก็บรายละเอียดและช่วงยุคได้เป็นอย่างดี และยังแตกแขนกทำให้งานด้านอื่นๆ ของหนังดูดีไปด้วย โดยเฉพาะงานถ่ายภาพ (Cinematography) ของ “แคลร์ มาตง” ผู้กำกับภาพชาวฝรั่งเศส (จาก Portrait of a Lady on Fire) ที่ถ่ายออกมาได้สวยบาดใจในทุกซีน

เอาเป็นในภาพรวมนั้นSpencerถือว่าเป็นหนังที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพจัดจ้าน หนังที่เต็มไปด้วยสภาวะทางอารมณ์หนักหน่วง การเล่าเรื่องที่เต็มไปด้วยมิติและค่อยๆ ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัด คล้ายกับบีบรัดเร้าอารมณ์ไปเรื่อยๆ จนแทบจะเกือบหายใจไม่ออก ไม่ใช่หนังที่ดูยากแต่ก็ไม่ได้ดูง่ายๆ ขนาดนั้น แต่เพียงดูการแสดงของ คริสเตน สจ๊วต ที่ทำออกมาได้ดีในเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นความคุ้มค่าที่จะดูแล้ว

ดังนั้นแล้วSpencerจึงเป็นหนังอีกฉบับที่ตีแผ่เรื่องราวอีกแง่มุมของเจ้าหญิงไดอาน่าที่โลกยังไม่เคยได้รู้ออกมาได้อย่างคมคายและเต็มไปด้วยมิติที่น่าสนใจ เป็นหนังเชิงอารมณ์ที่แฝงสัญลักษณ์เอาไว้เป็นนัยตลอดทาง บางครั้งก็ให้คนดูรู้สึกเหมือนกับเข้าไปอยู่กรงทองด้วยกับไดอาน่าด้วย โดยที่ต้องไม่ลืมไปว่า…ที่กำลังสัมผัสอยู่นี้เป็นเพียงแค่เรื่องแต่งขึ้นเท่านั้น…

อ่านรีวิวหนังอื่นๆได้ที่นี่ >>> https://spoilmovieclub.com/| http://goproufabet.com/

อ่านเพิ่มเติมได้ที่… ufabetmenu.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here