รีวิวหนัง เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ มันเพลินกว่าที่คิด!

[Official Trailer] เฮ้ย! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ (My God Father)

เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อหนังเรื่องล่าสุดจากค่ายทรานฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ เรื่องราวก็อต หนุ่มนักแข่งรถไฟแรงที่ ณ เวลาปัจจุบัน ไม่ค่อยจะลงรอยกับพ่อของตัวเองสักเท่าไหร่ เขาพยายามจะพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าเขาเจ๋งแค่ไหน จนวันหนึ่งก็อตได้แชมป์แข่งรถทางเรียบ ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เข้าวาร์ปกลับไปในปี 2541 ก่อนที่ตัวเองจะเกิดเพียง 1 ปี

ก็อตได้กลับไปเจอกับ เปรม พ่อของตัวเองที่ยังหล่อเฟี้ยว แถมยังเป็นหัวหน้าแก๊งเจ้าโลกสุดเกรียน ทำหน้าที่เก็บค่าเช่าร้านค้า คาราโอเกะ โดยการกลับมาเจอกันครั้งนี้ของเขาทั้งคู่ จากลูกพ่อก็กลายมาเป็น ลูกเพ่คนสนิท ที่ดันมาปิ๊งสาวคนเดียวกัน อย่าง ดิว แล้วความสัมพันธ์ทุกอย่างก็ดำเนินไป การย้อนเวลาที่มาพร้อมกับมิตรภาพ เพื่อบอกลูกเพ่ ว่านี่คือลูกพ่อ!

เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

พล็อตเรื่องเฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ ไม่ได้ถือว่าแปลกใหม่ หรือซับซ้อนอะไร เป็นภาพยนตร์ย่อยง่าย มีการเล่าเรื่องเป็นแบบตรงไปตรงมา และมีเซอร์ไพรส์เล็กๆ ในตอนจบ แต่ถึงยังไงเราก็ยังรู้สึกว่าเรื่องนี้มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ในส่วนของความหมายของคำว่า ‘พ่อ’ ที่เมื่อภาพยนตร์จบลง ทำให้เราต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่า ถ้าหากเราล่วงรู้ถึงชีวิตของพ่อแม่ในอดีตว่าเป็นอย่างไร? เราจะสามารถเข้าใจท่านทั้ง 2 มากขึ้นไหม?

เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

คงหนีไม่พ้นคู่ดูโอ้ สองนักแสดงนำในเรื่องนี้อย่าง โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ประกบเข้าคู่ครั้งแรกกับนักแสดงจากบ้าน GDH อย่าง เต๋อ-ฉันทวิชช์ ชนะเสวี นั่นเอง ร่วมด้วยนางเอกละครมากสีอย่าง แซมมี่ เคาวเวลล์ ที่มารับงานภาพยนตร์เป็นครั้งแรก และยังได้ผู้กำกับมากความสามารถอย่าง ใหม่-ภวัต พนังคศิริ เอง ที่ก็มีผลงานการกำกับภาพยนตร์มาก่อนหน้านี้ ทั้งหนังดราม่าหนักๆ อย่าง นาคปรก (2553) และละครพีเรียดโคตรฮิตอย่าง บุพเพสันนิวาส อีกด้วย

เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

ส่วนสำคัญที่ทำให้คนดูสนุก และหนังสามารถลื่นไหลไปได้ตลอดทั้งเรื่อง ก็คือการประกบคู่กันของ โป๊ป และ เต๋อ เคมีทั้งสองคนทำให้ทุกอย่างลงตัว ทั้งการรับส่งมุกและอารมณ์ได้อย่างเข้าขากันเป๊ะ แม้ในบางมุกจะมีแป้กไปบ้าง แต่ก็ยังทำให้มีรอยยิ้มได้ และแน่นอนว่า ส่วน แซมมี่ เคาวเวลล์ มาเติมความหวานให้กับเรื่องได้อีกเยอะ

ความน่ารักของเธอช่วยให้หนังน่าดูขึ้นเป็นกอง ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถกลบจุดอ่อนเล็กๆ ในบางฉาก ที่อาจจะดึงความโหด และเศร้าเกินความจำเป็นเกินไปซักหน่อยสำหรับภาพยนตร์สไตล์นี้

โดยรวมก็นับว่าเป็นหนังที่เหมาะกับจะไปดูกับกลุ่มเพื่อน มีครบรสทั้ง ฉากแอ็คชั่น ความฮาของทั้ง 2 นักแสดง และ ความดราม่าที่อาจทำให้คนดูซึ้งไปตามๆ กัน อย่างแน่นอน จัดว่าเป็นหนังไทยที่มอบความสนุกสนานได้มากกว่าที่คิดเอาไว้ แม้จะมีทั้งมุกปัง และมุกแป้กปะปนกันไปบ้าง

เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

ในส่วนของงานผลิตก็ถือว่าไม่ได้ดูถูกคนดูสักเท่าไหร่ มีความละเมียดละไม ฉากแอคชั่นลุ้นระทึกและน่าติดตาม แม้หนังจะยังค้างๆ คาๆ และมีจุดที่ติดขัดแต่ก็ยังพอมองข้ามไปได้ เปิดตัววันแรกก็สามารถทำรายได้ทั่วประเทศ 4.5 ล้านบาท นับว่าเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ทำรายได้เปิดตัวสูงสุดตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 เลยก็ว่าได้ สรุปคือ แนะนำให้ดูกันเพลินๆ แก้เครียดในช่วงสถานการ์บ้านเมืองแบบนี้จ้า

ตัวอย่าง Ghostbusters Afterlife บริษัทกำจัดผีภาคล่าสุด!

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here